top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนNet Zero Techup

♻️ Energy Observer เรือยอร์ชพลังงานสะอาด เดินทางได้รอบโลก!

อัปเดตเมื่อ 25 ธ.ค. 2566



โครงการ Energy Observer เกิดขึ้นในปี 2013 จากความมุ่งมั่นของ Victorian Erussard เจ้าหน้าที่กองทัพเรือพาณิชย์และนักแข่งเรือ ด้วยตระหนักดีว่าในเวลานี้การอุทิศตนให้กับโลกเป็นสิ่งสำคัญ เขาจึงรวบรวมทีมกะลาสี นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักข่าวที่อยู่รอบๆ ตัวเขา เพื่อสร้างเรือลำแรกที่พึ่งพาตนเองโดยการดึงเอาพลังงานจากธรรมชาติมาใช้โดยปราศจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแม้แต่หยดเดียว พลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนเรือลำนี้ประกอบด้วย พลังงานไฮโดรเจน, พลังงานแสงอาทิตย์, และพลังงานลม


Energy Observer เป็นเรือแบบ Catamaran หรือ Double-hull สัญชาติฝรั่งเศส มีความเร็วสูงสุดที่ 10 นอต (ประมาณ 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) มีความยาว 30.5 เมตร กว้าง 12.8 เมตร น้ำหนัก 28 ตัน เรือ Energy Observer เริ่มออกเดินทางรอบโลกจากฝรั่งเศสในปี 2017 และเดินทางไปทั่วโลก เพื่อโปรโมตและพัฒนาโครงการด้านพลังงานสะอาดทุกประเทศที่เรือลำนี้เทียบท่า ซึ่งก็เคยมาเทียบท่าที่พัทยาในปี 2022 ด้วยเช่นกัน และล่าสุดวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา เรือลำนี้เทียบท่าอยู่ที่มาร์ตินิก (Martinique) ฝรั่งเศสในแถบทะเลแคริบเบียน โดยในปี 2024 จะเทียบท่าที่นครนิวยอร์กในสหรัฐอเมริกา ก่อนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกลับไปยังปารีสต่อไปในปีเดียวกัน


🚩 หลักการผลิตพลังงานของเรือ Energy Observer


✅️ พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen)


🔹️ Desalination: ไฮโดรเจนได้มาจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลด้วยระบบ Desalination ที่ติดตั้งบนเรือ ประกอบด้วยเครื่องแยกเกลือออกจากน้ำทะเลที่มีประสิทธิภาพสูง 3 ขั้นตอน จากบริษัท Breton SLCE น้ำที่แยกได้ปราศจากไอออนมีคุณภาพสูงสำหรับใช้ในการบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) โดยระบบ Desalination สามารถผลิตน้ำบริสุทธิ์ได้มากกว่า 40 ลบ.ม. ในช่วงปี 2022


🔹️ Electrolyzer: เครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์ยังคงใช้ระบบ Proton Onsite ที่ดัดแปลงเป็นพิเศษโดยวิศวกรของ Energy Observer สามารถผลิต green hydrogen ได้มากถึง 8 กิโลกรัมต่อวัน (4 Nm3/hr) เครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์จะอาศัยกระแสไฟฟ้า (7 kWh/Nm3) ในการแปลงไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าขณะเทียบท่าหรือทิ้งสมอกลางทะเล อย่างไรก็ตาม ในทางทฤษฎีแล้ว มันเป็นไปได้ที่เครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์จะเปิดทำงานขณะที่เรือกำลังแล่นบนท้องทะเล ก็ต่อเมื่อวิ่งเมื่อไม่มีการใช้พลังงานไปกับกิจกรรมอื่นพร้อมๆ กันมากเกินไป ในปี 2023 มีการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว 330 กิโลกรัมบนเรือ


🔹️ Compression: ถังแรงดัน 350 บาร์ ได้ถูกติดตั้งบนเรือเพื่อจัดเก็บไฮโดรเจนที่เพียงพอ (มากถึง 62 กก. แบ่งออกเป็น 8 ถัง) คอมเพรสเซอร์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปเป็นแบบติดตั้งถาวร (fixed stations) ซึ่งหมายความว่าจะมีน้ำหนักมากและยุ่งยากในการพกพา ด้วยเหตุนี้ Nova Swiss จึงได้พัฒนาขั้นตอนการบีบอัดออกเป็น 2 ขั้นตอน: ขั้นตอนแรกจากความดัน 30 บาร์ (แรงดันทางออกของอิเล็กโทรไลเซอร์) เป็น 180 บาร์ จากนั้นขั้นตอนที่สองจากความดัน 180 บาร์ เป็น 350 บาร์ ตั้งแต่ปี 2017 คอมเพรสเซอร์เหล่านี้จำเป็นต้องมีการปรับแต่งอย่างละเอียดและใช้เมมเบรน (membrane) จำนวนมากและใช้วัสดุหลากหลายประเภทในการทดลอง


🔹️ Tanks: ถัง Luxfer ที่ติดตั้งบนเรือตั้งแต่ปี 2017 จะต้องผ่านการทดสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความสมบูรณ์ของโครงสร้างเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อต่อด้านบนของถังที่ติดตั้งวาล์ว ตัวโครงสร้าง ไลเนอร์อะลูมิเนียม และขดลวดคาร์บอนนั้ วงจรทั้งหมดจะถูกทดสอบแรงดันด้วยไนโตรเจนก่อนจะถูกเพิ่มแรงดันด้วยไฮโดรเจน


🔹️ Fuel Cell: เซลล์เชื้อเพลิงโมดูล REXH2 ผลิตโดย Toyota โดยการแปลงไฮโดรเจนที่ผลิตได้บนเรือให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ 70 kW ด้วยการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทำงานกับสภาพแวดล้อมทางทะเล ระบบระบายความร้อนจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งจะไม่ใช่ระบบหม้อน้ำเหมือนในรถยนต์ไฮโดรเจน เช่นเดียวกันกับช่องรับอากาศขาเข้าจะต้องรับมือกับความชื้นและความเค็ม ในปี 2023 มีการผลิต green hydrogen บนเรือได้มากถึง 330 กิโลกรัม


✅️ พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)


แผงโซลาร์เซลล์แบบ 2 หน้า (bifacial photovoltaic panels) พัฒนาโดย INES (Institut National de l'Energie Solaire) ติดตั้งบนปีกด้านข้างและส่วนท้ายของเรือ เมื่อถูกคลื่นกระทบส่วนหน้าของปีกได้รับความเสียหายระหว่างที่เรือเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลงเนื่องจากประสบปัญหาน้ำซึม ดังนั้น ด้วยความร่วมมือกับ Solbian ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ยืดหยุ่นในอิตาลี โดยอาศัยนวัตกรรมโพลีเมอร์ กาว และคอนแทคเตอร์ล้วนได้รับการทดสอบบนเรือ ซึ่งหมายความว่าจะมีการติดตามประสิทธิภาพอย่างใกล้ชิดโดยใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบที่พัฒนาขึ้นบนเรือ (ระบบการจัดการพลังงาน) วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่บางชนิดไม่สามารถทนต่อความร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยวิวัฒนาการที่ได้รับการแก้ไข Energy Observer จึงเป็นห้องปฏิบัติการทดสอบของแท้สำหรับนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทางทะเลในสถานการณ์ที่รุนแรง ซึ่งได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องบนเรือ แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้แล้วบางส่วนยังได้รับการบริจาคเพื่อการศึกษา เช่น โรงเรียนภาษาฝรั่งเศสในสิงคโปร์


✅️ พลังงานงานลม (Wind turbines)


ปี 2019 ได้ติดตั้งกังหันลมขนาด 32 ตร.ม. บนเรือ ออกแบบโดย VPLP และได้รับการตรวจสอบโดย Ayro ห้องปฏิบัติบนเรือได้ถูกพัฒนาและทำงานในสภาวะจริงในแต่ละวัน การพัฒนานี้รวมถึงการติดตั้งและการประกอบที่เหมาะสมที่สุด การเปลี่ยนส่วนประกอบเป็นประจำ และการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการใช้งานปีกเหล่านี้ ในมาเลเซีย งานบำรุงรักษาเครื่องกลไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพหลักๆ ได้ดำเนินการร่วมกับ Aero นับตั้งแต่ติดตั้งในปี 2019 เรือเหล่านี้ได้ครอบคลุมระยะทางกว่า 40,000 ไมล์ทะเล และลูกเรือมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนของเรือประมาณ 30% เท่านั้น ทำให้เรือสามารถส่งความเร็วเกิน 12 นอต ได้โดยไม่กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าโดยเฉลี่ยของเรือ


🚩 แหล่งที่มาของวิดีโอและข้อมูล:


---------------------------------------------------

ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่

Facebook: Net Zero Techup


ดู 12 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


Post: Blog2_Post
bottom of page