top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนNet Zero Techup

♻️ รถแข่งบินได้ "พลังงานไฮโดรเจน" รองรับนักบิน 1 ที่นั่ง คันแรกของโลก!

อัปเดตเมื่อ 5 มี.ค. 2566


✳️ เทคโนโลยีรถยนต์บินได้อาจไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่นักในปัจจุบันนี้ และหลายบริษัทก็มีแผนที่จะผลิตเชิงการพานิชย์ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ที่น่าสนใจคือ การผลิตรถยนต์บินได้ที่รองรับนักบินสำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต เหมือนในหนัง Star Wars ฉากที่อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ขับ Podracer ในสนามแข่ง กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตจริง


หนึ่งในนั้นคือบริษัท Alauda Aeronautics ได้ริเริ่มการจัดการแข่งขันรถยนต์บินได้พร้อมนักบินภายในปี 2024 ณ เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย


บริษัท Alauda Aeronautics ก่อตั้งในปี 2016 โดย Matt Pearson และเป็นผู้สร้างรถยนต์บินได้ภายใต้ชื่อ Airspeeder ที่สามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้าเรียกว่า "Electric Vertical Takeoff and Landing (eVTOL)" เดิมบริษัท Alauda Aeronautics ได้ก่อตั้งขึ้นในซิดนีย์ ออสเตรเลีย ปัจจุบันบริษัทได้ย้ายมาตั้งอยู่ในเบเวอร์ลี ออสเตรเลีย การออกแบบของ Airspeeder เปลี่ยนไปเล็กน้อยตั้งแต่รุ่น Mk1 ถึง Mk3 แต่ที่พิเศษคือรุ่น Mk4 ได้รับการขนานนามว่าเป็นรถแข่งบินได้ที่รองรับนักบินคันแรกของโลก ซึ่งต่อยอดมาจากรุ่น MK3 ควบคุมจากระยะไกลโดยมนุษย์ จากข้อมูลของบริษัทระบุว่า Mk4 สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 360 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 30 วินาที และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการบังคับทิศทางการบิน ซึ่งกล่าวกันว่ามีคุณภาพเดียวกันกับระบบการควบคุมของรถ Formula 1 หรือเครื่องบินขับไล่เลยทีเดียว พลังงานไฟฟ้าจะมาจากเครื่องกำเนิดพลังงานที่เรียกว่า “Thunderstrike Hydrogen Turbogenerator” โดยใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างแรงขับที่กำลังสูงสุด 1,341 แรงม้า ระยะการบินที่คาดการณ์ไว้คือ 300 กม. ก่อนหยุดเพื่อเติมไฮโดรเจน อีกทั้งน้ำหนักค่อนข้างเบาซึ่งหนักเพียง 950 กก. เท่านั้น


การเปิดตัวสู่สาธารณะของ Airspeeder MK4 จะมีขึ้นในวันที่ 7 มีนาคม 2023 ในงาน Southstart Innovation Festival ประเทศอังกฤษ โดยจะเริ่มการทดสอบโครงรถยนต์ (Chassis) และระบบขับเคลื่อน (Powertrain) พร้อมนักบินในไตรมาสแรกของปี 2023 โดยมีเป้าหมายจัดการแข่งขันชิงแชมป์ ณ เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย ภายในปี 2024


🚩 แหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพ:



---------------------------------------------------

ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่


ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


Post: Blog2_Post
bottom of page