top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนNet Zero Techup

♻️ ปฏิวัติการรีไซเคิล! เปลี่ยนยางรถยนต์เก่าให้เป็นแบตเตอรี่กราไฟท์ EV


บริษัท T-Phite จากประเทศชิลี ได้ปฏิวัติการรีไซเคิลด้วยการเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นกราไฟท์ (graphite) อันทรงคุณค่า ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แนวทางที่เป็นนวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่มอบโซลูชั่น (solution) ที่ยั่งยืนสำหรับการกำจัดยางเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยลดความต้องการวัสดุ EV ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย


✅️ T-Phite กำลังบุกเบิกกระบวนการรีไซเคิลยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของยางรถยนต์เก่าในหลุมฝังกลบ (landfills) หรือก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมทางน้ำ (aquatic environments) อีกต่อไป แต่กลับมีส่วนในการสนับสนุนภาคพลังงานสีเขียวเพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิล


✅️ เทคโนโลยีของบริษัท T-Phite ใช้ประโยชน์จากกระบวนการไพโรไลซิส (pyrolysis) ซึ่งเป็นเทคนิคการสลายตัวของวัสดุด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนจำกัด เพื่อสกัดกราไฟท์จากยางรถยนต์เก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ด้วยการผลิตเศษยางรถยนต์ประมาณ 250 ล้านเส้นต่อปีในสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว เทคโนโลยีของ T-Phite สามารถแปลงวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ให้เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับขั้วบวก (anode) ของแบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า


✅️ วิสัยทัศน์ของ T-Phite ได้ขยายไปไกลกว่าการกำจัดยางรถยนต์เก่า แต่เปลี่ยนภาระด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นสินทรัพย์สำหรับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (electromobility หรือ e-mobility) Bernardita Diaz ซีอีโอของ T-Phite เน้นย้ำถึงข้อดี 2 ประการ คือ การจัดการกับเศษยางรถยนต์เก่า และการตอบสนองความต้องการวัสดุสำหรับทำแบตเตอร์รี่ EV อันเนื่องมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า


✅️ ในขณะที่อุตสาหกรรม EV ยังคงพึ่งพากราไฟท์อย่างมาก ความท้าทายอย่างเช่นกฎระเบียบการส่งออกล่าสุดโดยผู้ผลิตชั้นนำของจีนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานของแบตเตอรี่ ดังนั้น T-Phite จึงมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ระดับโลกด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว โดยจัดหาแหล่งทางเลือกของวัสดุกราไฟท์คุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)


🚩 แหล่งที่มาของข้อมูลและวิดีโอ:


---------------------------------------------------

ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่

Facebook: Net Zero Techup


ดู 13 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentários


Post: Blog2_Post
bottom of page